มีข้อผิดพลาด
  • เทมเพลตที่ใช้แสดงผลในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์กรุณาติดต่อผู้ดูแล

News Flash

Displays a set number of articles from a category based on date or random selection. Help

  • ต้นกระดาษ

     

            ต้นกระดาษ คือ ยูคาลิปตัส ที่ผ่านการพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์มามากกว่า 30 ปี เพื่อ เป็นทางเลือกในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เพราะต้นกระดาษไม่มีข้อจำกัดทางด้านฤดูกาลเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว เหมือนกับพืชเกษตรอื่นๆ ทั้งยัง มีความเหมาะสมกับการปลูกในทุกพื้นที่ของประเทศ เหมาะสมกับทุกสภาพแวดล้อม โดยมีลักษณะลำต้นสูงโปร่ง ไม่มีกิ่งก้าน ไม่บดบังแสงแดด มีความต้านทานโรคสูง เปลือกบาง เนื้อไม้เยอะ ดูแลและบำรุงรักษาไม่ยุ่งยาก ทนต่อโรคและแมลง และที่สำคัญมีการปรับปรุงระบบรากให้ไม่มีรากแก้วแต่ใช้รากฝอยในการหาอาหาร ส่งผลให้ต้นกระดาษไม่ไปแย่งชิงอาหารหรือน้ำของพืชที่อยู่ใกล้เคียง สามารถปลูกบนหัวไร่คันนา หรือ ปลูกควบคู่กับพืชอื่นได้ เป็นการพึ่งพาแบบเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
    ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ต้นกระดาษจึงปลูกได้ทุกฤดู ดูแลง่าย โตไว กำไรงาม

     

    นอก จากการปลูกต้นกระดาษจะสร้างงานสร้างรายได้แล้ว ยังถือได้ว่าทุกคน ช่วยปกป้องโลกจากสภาวะโลกร้อน เพราะจากปริมาณการปลูกต้นกระดาษที่เราส่ง เสริมไว้ สามารถเพิ่มพูนความชุ่มชื้นสู่อากาศโดยรอบ  และช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ 2.4 ล้าน ตันต่อปี เป็นพื้นที่การ เกษตรสีเขียวที่มีผู้ดูแล และผู้ดูแลก็คือเกษตรกรที่มีผลตอบแทน มีรายได้ มีอาชีพที่ ยั่งยืนไปด้วยพร้อม ๆ กัน สอดคล้องกลมกลืนกับการเกษตรแบบสวนผสมของ เกษตรกรไทย สามารถปลูกต้นกระดาษควบคู่กับพืชเกษตรอื่น โดยใช้เวลาว่างจาก การปลูกพืชตามฤดูกาลในแต่ละปี เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร

    ต้นกระดาษ ยังเป็นพืชที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก จากข้อได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ทำให้มีแสงแดด และมีฝนตกอย่างสม่ำเสมอ ประกอบการวิจัยและพัฒนาพันธุ์มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นกระดาษ จึงเติบโตได้ดีและรวดเร็ว และผลของการพัฒนาปริมาณเยื่อในเนื้อไม้ ทำให้ต้นกระดาษ มีวัตถุดิบในการผลิตเยื่อที่มีคุณภาพสูงเหมาะกับการผลิตกระดาษคุณภาพสูง และ ยังนำไปเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอื่นๆได้อีกมาก เช่น อุตสาหกรรมไม้แปรรูปเพื่อทดแทนไม้ธรรมชาติ และใช้เป็นเชื้อเพลิงในธุรกิจพลังงาน กล้าไม้ที่คัดสายพันธุ์อย่างเข้มข้น ต้นกระดาษ ผ่านการวิจัยและพัฒนาคัดสายพันธ์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเข้มข้น มากว่า 30 ปี จนได้กล้าไม้ที่ทนต่อความเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ มีความต้านทานโรคพืชสูง ต้นตั้งตรง เติบโตดี ให้ผลผลิตสูง ไม่กลายพันธุ์ ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม และยังสามารถปลูกร่วมกับพืชอื่นได้อีกด้วย

     

    โรงงานผลิตต้นกระดาษ
        เราเชื่อว่าต้นไม้ ที่เติบใหญ่ ย่อมมาจากพันธุ์กล้าที่มีคุณภาพ ดังเช่น ต้นกระดาษ ดังนั้น เราจึงให้ความสำคัญ กับทุกขั้นตอนการผลิตกล้า เรามีโรงงานผลิตกล้าไม้ที่ใหญ่ และทันสมัยที่สุดในโลก ผลิตต้นกระดาษ คุณภาพกว่า 300 ล้านต้น ต่อปี ดังนั้นเกษตรกรจึงมั่นใจ ในคุณภาพต้นกระดาษของเราทุกต้น

     

    การคัดสายพันธุ์
       • คัดเลือกแม่พันธุ์ไม้จากแหล่งกำเนิดที่ดีมาปลูกทดสอบ
       • ผสมปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้ได้กล้าที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่สุด
       • ปลูกทดสอบในหลายพื้นที่
       • ขยายพันธุ์และอนุบาลในโรงเรือนที่ควบคุมอุณหภูมิ ก่อนนำไปส่งเสริมการปลูกให้เกษตรกรกว่าสองล้านครอบครัว

     

    ลักษณะและคุณภาพ
        • ต้นกล้าสมบูรณ์ จากกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ระบบรากถูกออกแบบให้พุ่งในแนวดิ่ง ไม่วนและขดเป็นเกลียว มีรากอาหารจำนวนมาก ส่งผลเมื่อปลูกจะตั้งตัวเร็วเติบโตไวและมีอัตราการรอดตายสูง
        • ลำต้นและใบสมบูรณ์ ยอดไม่หัก ไม่ขาด และมีใบไม่น้อยกว่า 3 คู่ (ไม่รวมยอด)
        • ปลูกครบ 3-5 ปี ตัดขายแล้วไว้ตอได้ หน่อที่แตกใหม่มีคุณภาพสมบูรณ์แข็งแรง 

    ความแตกต่างระหว่างต้นกระดาษและกล้าเมล็ด

    ลักษณะคุณสมบัติ

    ต้นกระดาษ

    กล้าอื่นทั่วไป

    ผลผลิต

    ผลผลิตเฉลี่ย 16-30 ตัน/ไร่/5ปี

    ผลผลิตเฉลี่ย 8-10 ตัน/ไร่/5ปี

    การกลายพันธุ์

    เมื่อปลูกแล้ว ไม่กลายพันธุ์ มีลักษณะเหมือนแม่พันธุ์ทุกประการ

    ปลูกแล้วมีการ กลายพันธุ์สูง มีความแปรปรวนทางพันธุกรรม

    รูปทรง ความสม่ำเสมอ

    ลำต้นปลายตรง ทรงพุ่มสมดุล ไม่มีกิ่ง การเจริญเติบโตใกล้เคียงกันทุกต้น

    ลำต้นคดงอ มีกิ่งง่ามใหญ่ ไม้ในแปลงเดียวกันมีหลายขนาด

    ความหนา เปลือก

    เปลือกบาง เนื้อไม้มาก

    เปลือกหนา เนื้อไม้น้อย

    ความต้าน ทานโรค

    มีความต้านทาน สูง

    เสี่ยงต่อการ เป็นโรคสูง ต้นที่แคระแกรน อ่อนแอต่อโรค ทำให้เป็นพาหะของเชื้อโรคได้ง่าย

    การจัดการ ดูแลรักษา

    ตั้งตัวเร็ว ไม้สม่ำเสมอ จัดการง่าย

    ตั้งตัวช้า ไม้ไม่สม่ำเสมอ จัดการยาก

    การไว้หน่อ

    เปอร์เซ็นต์ แตกหน่อสูง ตอรอดสูง หน่อสม่ำเสมอ

    ตอรอดต่ำ หน่อไม่สม่ำเสมอ

     ประโยชน์จากต้นกระดาษ

                  เริ่มจากแสงแดดแหล่งพลังงานที่ไม่ต้องซื้อหา สังเคราะห์แสงเป็น ต้นกระดาษ ที่เติบใหญ่ อยู่ในการเลี้ยงดูของเกษตรกรนับล้านครอบครัว ผลัดกันยืนต้นปกคลุมผืนดิน ในพื้นที่ที่เคยรกร้างหรือตามแปลงคันนาที่ไม่เคยใช้ประโยชน์ เพิ่มพูน ความชุ่มชื้นสู่อากาศโดยรอบ สร้างออกซิเจนสู่บรรยากาศ 1.6 ล้านตันต่อปี และ ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ 2.4 ล้าน ตันต่อปี เป็นพื้นที่การเกษตรสีเขียวที่มีผู้ดูแล และผู้ดูแลก็คือเกษตรกรที่มีผลตอบแทน มีรายได้ มีอาชีพที่ยั่งยืนไปด้วยพร้อม ๆ กัน สอดคล้องกลมกลืนกับการเกษตรแบบสวนผสมของเกษตรกรไทย สามารถปลูก ต้นกระดาษควบคู่กับพืชเกษตรอื่น โดยใช้เวลาว่างจากการปลูกพืชตามฤดูกาลใน แต่ละปี เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร

                   นอก จากนี้ ต้นกระดาษ ยังเป็นพืชที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก จากข้อได้เปรียบของประเทศไทยที่ตั้งอยู่ในแถบเส้น ศูนย์สูตรทำให้มีแสงแดด และอยู่ในแถบมรสุมจึงมีฝนตกอย่างสม่ำเสมอ ประกอบการวิจัยและพัฒนาพันธุ์มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ ต้นกระดาษเติบโตได้ดีและรวดเร็ว และผลของการพัฒนาปริมาณเยื่อในเนื้อไม้ ทำให้ต้นกระดาษมีวัตถุดิบในการผลิตเยื่อที่มี คุณภาพสูง เหมาะกับการผลิตกระดาษคุณภาพสูง และยังนำไปเป็นวัถุดิบในอุตสาหกรรมอื่นๆได้อีกมาก เช่น อุตสาหกรรมไม้อัด อุตสาหกรรมไฟฟ้า ฯลฯ  

     

    ต้นกระดาษ : ยั่งยืนด้านเศรษฐกิจและสังคม
        • ก่อให้เกิดงานและรายได้กับเกษตรกรมากกว่า 2.5 ล้านครอบครัว และเกิดงานต่อเนื่องมากมายในชุมชน อาทิ การรับจ้างปลูกไม้ รับจ้างตัดไม้ รับจ้างขนส่งไม้
        • ลดปัญหาการว่างงานแฝง โดยเกษตรกรสามารถใช้เวลานอกฤดูการทำนา หรือพืชไร่อื่นมาปลูกต้นกระดาษ
        • ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากเศษไม้และปลายไม้ เช่น การผลิตไฟฟ้า การผลิตไม้  MDF ไฟเบอร์บอร์ดหรือไม้อัด
        • เป็นไม้ใช้งานในชุมชน เช่น การทำรั้ว เล้าเป็ด เล้าไก่ บ้านพักอาศัย
        • ช่วยให้สังคมชนบทมีความเข้มแข็ง มีทางเลือก ไม่ต้องอพยพมาเป็นแรงงานในเมืองหลวง
        • ทำให้มีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมหน้ากัน

     

     

     

    ต้นกระดาษ : ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
        • ผลิตกระดาษโดยใช้ไม้ปลูกของเกษตรกร ทำให้ไม่ต้องใช้ไม้จากป่าธรรมชาติ
        • ทำให้พื้นที่รกร้างว่างเปล่า กลับมาใช้ประโยชน์ได้
        • เพิ่มมูลค่าให้ผืนดิน ด้วยการปลูกตามหัวไร่ คันนา
        • ลดการทำลายป่าธรรมชาติ เพราะไม้ปลูกสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
        • เพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้กับธรรมชาติ ช่วยในการสร้างออกซิเจนให้กับธรรมชาติ ลดภาวะโลกร้อน
        • ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ 2.4 ล้านตันต่อปี
        • ลดปัญหาไฟป่าและลดปัญหาควันพิษจากไฟป่า (Haze) เนื่องจากปลูกเป็น แปลงย่อย โดยมีเกษตรกรดูแลเป็นอย่างดี

     

    การปลูกแบบออกเป็น 2 แบบตามฤดูกาล

      การปลูกฤดูแล้ง มีขั้นตอนการปลูก ดังนี้
           
    1.วางแนว โดยใช้เชือกในล่อนผูกปม วัดระยะ เช่น 2 เมตร หรือ 2.5 เมตร 
          
    2.ทำหลุม ลึก 30เซนติเมตร กว้าง 40 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร 
           
    3.ใส่ปุ๋ยรองก้นหลุม ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15 7 18 หรือ 18 8 4 อัตรา 1520 กรัม / ต้น หรือปุ๋ยมูลไก่ 500 กรัม/ต้น 
           
    4. ปลูก ใช้จอบขุดที่กลางหลุมจากนั้นวางต้นกล้า ตั้งให้ตรง และ อยู่ตรงกลางหลุม พร้อมกับ เกลี่ยดินกลบ 
           
    5. รดน้ำ รดน้ำประมาณ 15 ลิตร โดยใช้สายยาง รดวนไปมารอบๆปากหลุม 
           
    6. กลบโคน โดยใช้จอบขุดดินที่ขุดขึ้นมาจากหลุมปลูกกลบลงไปให้เต็มหลุม 
        

     

     การปลูกหน้าฝน
    .       1.วางแนว โดยใช้เชือกในล่อนผูกปม วัดระยะ เช่น 2 เมตร หรือ 2.5 เมตร
    .
           2.ทำหลุม ลึก 20 เซนติเมตร กว้าง 20 เซนติเมตร ยาว 20 เซนติเมตร
    .
           3.ปลูก ใช้จอบขุดที่กลางหลุมจากนั้นวางต้นกล้า ตั้งให้ตรง และ อยู่ตรงกลางหลุม พร้อมกับ เกลี่ยดินกลบ ควรกลบหลุมให้ต่ำและเหลือพื้นที่สำหรับรองรับน้ำฝน

     

     
  • ต้นกระดาษ หรือ ที่เรียกกันว่า กล้ายูคาเนื้อเยื่อปลูกได้หลายรูปแบบ

    1.ปลูกแบบแปลง คือ การปลูกเป็นสวนไม้ต้นกระดาษ เต็มพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

          

    - เพื่อตัดขายเข้าโรงงานอุตสาหกรรมกระดาษ

    -เพื่อทำไม้เข็ม ไม้นั่งร้าน งานก่อนสร้าง

    -เพื่อทำไม้ชิพ ส่งออกต่างประเทศ

    - เพื่อทำเฟอร์นิเจอร์ สร้างบ้านจากไม้ยูคา

     

    2.การปลูกบนคันนา ร่วมกับนาข้าว และพืชอื่นๆ เช่น มันสำปะหลัง

            

    -เป็นการใช้พื้นที่ว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์

    -สร้างรายได้เสริมนอกเหนือจากรายได้จากนาข้าว

    -สามารถประโยชน์จากไม้เมื่อยามจำเป็นหรือครบระยะตัดฟัน

    -สร้างความร่มรื่นและให้ร่มเงาเพื่อเป็นที่พักพิงชั่วคราวได้

     

    3.การปลูกตามแนวเขตแดน

    -ใช้เป็นแนวรั้วเพื่อบอกอาณาเขต

    -เป็นการใช้พื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์

    -ให้ร่มเงาให้ความร่มรื่นให้กับสิ่งแวดล้อม

    -สามารถประโยชน์จากไม้เมื่อยามจำเป็นหรือครบระยะตัดฟัน

     

    4.การปลูกรอบรั้วโรงงานอุตสาหกรรม  ปลูกบริเวณเหมืองต่างๆ  บ่อบำบัด  เช่น ถ่านหิน ทองคำ บ่อทราย บ่อบำบัดน้ำเสียโรงงานแป้งมัน

           

    -ป้องกันการทรุดตัวของคันคลอง/คันดิน

    -สร้างความร่มรื่นเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ

    -สร้างร่มเงาให้สัตว์น้ำอยู่อาศัย

    -ได้ผลผลิตสูงเนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งน้ำ จึงง่ายต่อการดูแลรักษา

    -ช่วยลดระดับความแรงของน้ำกรณีน้ำหลาก

     

    5.การปลูกแบบบริเวณบ้าน  โรงงานถ่านหิน กันลม กันฝุ่น

        

    -ป้องการฝุ่นจากโรงงานแป้งมัน โรงงานถ่านหินได้ดี

    -เสริมภูมิทัศน์ให้สวยงาม

    -ป้องกันพืชผลทางการเกษตรเสียจากแรงลม

    -ลดระดับความแรงของลมที่เกิดจากภัยธรรมชาติ

    -นำมาใช้ในการก่อสร้างเมื่อคราวจำเป็น

     

    6.การปลูกเป็นสวนไม้อุตสาหกรรม เช่น สวนไม้ ออป. เพื่อการประมูลขายไม้

        

    -เพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ

    -นำรายได้เข้าประเทศมหาศาล

    -สร้างรายได้ให้กับชุมชนใกล้เคียงและแรงงานในชุมชน

     

    7. การปลูกแบบอื่นๆ  ฯลฯ

     
  • สายพันธุ์ต้นกระดาษมีหลายสายพันธุ์ซึ่งมีลักษณะของต้นและผลิตที่แต่งต่างกัน

    ขอแนะนำดังต่อไปนี้

    1.ต้นกระดาษพันธุ์ K7

    ''ต้นกระดาษ หรือ ยูคาลิปตัส พันธุ์ k7''

    ระยะกล้าไม้อายุ 1 – 2 เดือน
    ลำต้น แข็งตั้งตรงและเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย สีน้ำตาลแดง ข้อห่าง ยอดอ่อนสีแดงเข้มถึง แดงอมชมพู มีนวลเล็กน้อย
    ใบ สีเขียวเข้ม รูปหอกกว้าง (broad – lanceolate) ปลายใบเป็นติ่งแหลม ฐานใบมนถึง แหลม ขนาด 3.5x8.5 เซนติเมตร
    ขอบใบสีแดงเป็นคลื่นใบเรียงตัวแบบตรงกันข้ามตั้งฉาก (opposite decussate)


    ระยะไม้ใหญ่ อายุ 3 – 5 ปี
    ลำต้น ลำต้นไม่กลม ตั้งตรง มีความเปลาตรงสม่ำเสมอไม่โค้งงอ มีร่องกิ่งชัดเจน ใบหนาแน่น เรือนยอดแหลม ทรงพุ่มแผ่ กว้างครอบคลุมในส่วนที่ 2/3 ของลำต้นนับจากยอด กิ่งมากขนาดปานกลางถึงใหญ่ แตกรอบลำต้น ทำมุมกับลำต้นน้อยกว่า 70 องศา ลิดกิ่งได้ปานกลาง ผิวเปลือกเรียบสีนวลเทา ลอกเปลือกเป็นแผ่น
    ใบ ใบสีเขียวเข้มเป็นมัน รูปหอกกว้าง (broad – lanceolate) ปลายใบแหลม และฐานใบมนถึงแหลม ขอบใบเป็นคลื่น ใบเรียงตัวแบบสลับ (alternate) ขนาด 4.0 x 18.0 เซนติเมตร

    ลักษณะอื่น ๆ
    - ผลผลิตที่ระยะปลูก 2 x 3 เมตร น้ำหนักเฉลี่ย 17 ตันต่อไร่ ต่อ 5 ปี
    - ความต้านทานต่อโรคและแมลง ระยะกล้าไม้ : จากการสังเกตพบอาการของโรคทางใบเล็กน้อยได้แก่ โรคใบจุดเหลี่ยม โรคใบจุดเหลืองดำ ระยะไม้ใหญ่ : พบอาการของโรคใบจุดเหลืองดำ และใบไหม้วงแหวนเล็กน้อยในช่วงฤดูฝนหรือปลายฤดูฝน
    - ขอบเขตพื้นที่ปลูก เติบโตได้ดี ในพื้นที่ราบ และที่ราบต่ำ ที่มีความชื้นในดิน และอากาศปานกลางเนื้อดินเป็นดินร่วน ดินร่วนเหนียวปนทราย อุ้มน้ำดี หรือดินร่วนปนลูกรัง 

    2.ต้นกระดาษพันธุ์ K62

     

    ลักษณะกล้าไม้   ระยะกล้าไม้ (อายุ 1-3 เดือน) ลำต้นเหลี่ยม ใบรูปหอกกว้าง ความกว้างเฉลี่ย 4.01 ซม.ความยาวเฉลี่ย 9.83 ซม. ขอบใบเรียบ มีการเรียง ตัวของใบสลับตั้งแต่แรก  สีเส้นกลางใบมีสีเหลือง  สีก้านใบสีแดงแกมเขียวระยะต้นเจริญเติบโตเต็มที่  (อายุ มากกว่า 2 ปี)  ลำต้นกลม  ไม่มีร่อง ใต้กิ่ง เปลือกติดทั่วลำต้น  เปลือกชนิดเรียบเป็นแผ่น  ลอกเปลือกเป็นแผ่นใหญ่ ใบรูปหอกแคบ  กว้างเฉลี่ย 3.15 ซม.  ยาวเฉลี่ย 17.94 ซม. ขอบ ใบเรียบ

    ลักษณะไม้ใหญ่  ลำต้นกลมเปาตรง เปลือกเทา ทรงพุ่มหนาแน่น

    คุณสมบัติ   เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนทรายถึงร่วนเหนียว ชอบที่ราบ ที่ราบลุ่ม ความชื้นดี

    ข้อจำกัด ไม่ควรปลูกในพื้นที่ลุ่มตำ พื้นที่ที่มีดินดาน ไม่ควรเสี่ยงต่อการปลูกในพื้นที่ที่เสียงต่อการขาดน้ำ

     

    3.ต้นกระดาษพันธุ์ K83

     ระยะกล้าไม้ (1-3 เดือน)

    ลำต้น ลำต้นแข็งตั้งตรง ทรงเหลี่ยม ยอดอ่อนสีแดง
    ใบ ใบสีเขียว รูปหอก (lanceolate) ปลายใบแหลม ฐานใบเป็นรูปลิ่ม ขอบใบเป็นคลื่น เส้น
    กลางใบสีเหลือง ก้านใบสีแดงแกมเขียว ใบเรียงตัวแบบสลับ (disjunct early)

    ระยะกล้าไม้ (2-5 ปี)
    ลำต้น ลำต้นเดี่ยว ทรงกลม ตั้งตรง กิ่งเล็กถี่ ทำมุม 30-45 องศากับลำต้น ลักษณะการลอกของ
    เปลือกเป็นแถบสั้น (short ribbon) ขณะลำต้นยังสดอยู่เปลือกติดทั่วลำต้น (persistent on
    full trunk) ใบ ใบสีเขียว รูปใบหอก (lanceolate) ขอบใบเรียบ

    ลักษณะอื่น ๆ
    ผลผลิต ให้ผลผลิตเฉลี่ย 23.7 ตัน/ไร่ ที่ระยะปลูก 1.5 x 3 เมตร (อายุ 5 ปี)
    ขอบเขตพื้นที่ปลูก ปลูกได้กับพื้นที่ทั่วไป เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีดินร่วน ดินทราย หรือดิน
    เหนี่ยว อาจเจริญเติบโตไม่ดีในดินลูกรังที่มีชั้นดาน ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ต่ำที่มี
    น้ำท่วมขังเป็นเวลานานเกิน 2 สัปดาห์ และพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการกระทบแล้งเป็นเวลานานในช่วงปีแรก
    ความต้านทานต่อโรค-แมลง ทนทานต่อแตนฝอยปม (Leptocybe invasa) ค่อนข้างต้านทานต่อโรคใบไหม้

    (Cylindrocladium sp.) ค่อนข้างอ่อนแอต่อโรคใบจุดด่างเหลืองจากเชื้อ สาเหตุ Phaeophlospora destructans

    4.ต้นกระดาษพันธุ์ K58

    ระยะกล้าไม้อายุ 1 – 2 เดือน
    ลำต้น กลม ตั้งตรง ข้อถี่ ยอดอ่อนสีแดงชมพู
    ใบ บางสีเขียวอ่อนหนาแน่น รูปไข่ (ovate) ปลายใบเป็นติ่งหนามสั้น (apiculate) ฐานใบมน (obtuse) ขอบใบและแผ่นใบเรียบ ขนาด 5.5 x 8.0 เซนติเมตร ใบเรียงตัวแบบสลับ (alternate)

    ระยะไม้ใหญ่อายุ 3 – 5 ปี
    ลำ ต้น ลำต้นกลม อาจพบโคนต้นคดเล็กน้อย ทรงพุ่มกว้างแตกพุ่มรอบลำต้น ครอบคลุมในส่วนที่ 1/3 ของลำต้นนับจากยอด ปริมาณใบและกิ่งหนาแน่นมาก กิ่งขนาดกลาง ทำมุมกับลำต้นน้อยกว่า 70 องศา ไม่มีกิ่งง่ามใหญ่ ลิดกิ่งตามธรรมชาติได้ปานกลาง เปลือกค่อนข้างหนาสีน้ำตาลแดง ลอกเปลือกเป็นแผ่นหลังอายุ 2 ปี
    ใบ ใบสีเขียวเข้มผิวใบค่อนข้างเป็นมัน รูปหอก (lanceolate) ปลายใบสอบแหลม ฐานใบแหลมขอบใบและแผ่นใบเรียบ ขนาด 3.5 x 15.0 เซนติเมตร ใบเรียงตัวแบบสลับ (alternate)

    ลักษณะอื่นๆ
    - ผลผลิตที่ระยะปลูก 2 X 3 เมตร น้ำหนักเฉลี่ย 15 - 20 ตันต่อไร่ ต่อ 5 ปี
    - ความต้านทานต่อโรคและแมลง ระยะกล้าไม้ : จากการสังเกตพบแมลงกัดกินใบ หรือ
    หนอนห่อใบบ้างเล็กน้อย ระยะไม้ใหญ่ : ในช่วงฤดูฝนช่วงฝนตกชุก หรือมีความชื้น
    สูง อาจพบอาการใบจุด หรือใบไหม้ได้บ้าง
    - ขอบเขตพื้นที่ปลูก เติบโตได้ดี ในพื้นที่ราบ และพื้นที่ชื้นที่มีฝนตกมาก หรือตกไม่มากแต่ตกบ่อยๆ ระบายน้ำดี ไม่มีน้ำท่วมขัง ลักษณะดินเป็นดินที่อุ้มน้ำดี ดินร่วน มีหน้าดินลึก 

    5.ต้นกระดาษพันธุ์ G2

    -  พันธุ์ จี 2   ได้จากการปลูกทดสอบลูกผสมเปิดชั่วที่ 1    จากแปลงที่มีการปล่อยให้มีการผสมกันอย่างอิสระ
    ของต้นแม่ไม้ Eucalyptus grandis W. Hill เป็นแม่พันธุ์ ที่ปลูกทดสอบร่วมกับ E. camaldulensis Dehnh. ในแปลงปลูกทดสอบ อ. พนมสารคาม จ. ฉะเชิงเทรา ในปี 2538

    ลักษณะสำคัญของยูคาลิปตัส จี 2

              ระยะกล้าไม้ (อายุ 1–3 เดือน) ลำต้นเหลี่ยม ใบรูปหอก  ความกว้างเฉลี่ย 3.52 ซม. ความยาวเฉลี่ย 8.50 ซม. ขอบใบเป็นคลื่น มีการเรียง ตัวของใบสลับตั้งแต่แรก  สีเส้นกลางใบมีสีส้ม สีก้านใบสีแดงแกมเขียว

     

              ระยะต้นเจริญเติบโตเต็มที่ (อายุ มากกว่า 2 ปี) ลำต้นทรงเหลี่ยม มีร่องใต้กิ่ง เปลือกติดทั่วลำต้น เปลือกชนิดเรียบเป็นแผ่น การลอกเปลือก เป็นแถบสั้น ใบรูปหอกแคบ กว้างเฉลี่ย 3.57 ซม. ยาวเฉลี่ย 18.49 ซม. ขอบใบเรียบ  ดอกเป็นช่อดอกเดี่ยว เกิดที่ซอกใบ มีดอก 5-7 ดอกต่อช่อ ก้านช่อดอกเป็นรูปทรงกระบอก ยาวเฉลี่ย 20.84 มม. กว้างเฉลี่ย 1 มม. รูปทรงของเกสรเพศผู้มีลักษณะงอเมื่อตัดตามแนวดิ่งของดอกตูม รูปทรง ของดอกตูมเป็นรูปกรวยประกบกัน  ฝาปิดเป็นรูปกรวย ลายบนผิวดอกตูมเรียบ สีของเกสรเพศผู้เป็นสีครีม ก้านชูอับเรณูตั้งตรง อับเรณูเป็นรูปรียาว มีออวุลทั้งหมด 6 แถว  ผลเป็นรูปถ้วยด้านบนนูน ฝาปิดของผลยื่นขึ้น

    6.ต้นกระดาษพันธุ์ H4

    กล้ายูคาเนื้อเยื่อสายพันธุ์ H4
    (โตเร็ว สม่ำเสมอ ให้ผลผลิตสูง ต้นทานแตนฝอยปม)
    คุณสมบัติของสายพันธุ์
    - โตเร็ว สม่่ำเสมอ ให้ผลผลิตสูง
    - เนื้อแน่น เปลือกบาง ต้นใหญ่น้ำหนักดี
    - ผลผลิต 22 ตัน/ไร่ /4 ปี
    - ทนแล้งและทนโรค
    - ต้านทานแมลงแตนฝอยปม
    - ปลูกร่วมกับพืชเกษตรอื่นได้ดี
    - ตัดขายแล้วแตกหน่อยได้ดี เก็บเกี่ยวผลผลิตได้หลายรอบ
    - ออมเงินระยะยาว ชะลอการตัดได้ ไม่เน่าเสียเหมือนพืชเกษตรอื่น

    จากการทดลองผสมพันธุ์ ยูคาลิปตัสสายพันธุ์ H4 กว่า 2 ปี และทดลองปลูกอีก 5 ปี  ยูคาลิปตัสสายพันธุ์ H4 ก็พร้อมสำหรับให้เกษตรกรนำไปปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจด้วย

    จุดเด่นที่คุณสมบัติทนแล้ง ทนโรค และทนแมลง เช่น แมลงแตนปมฝอย กิ่งเล็ก เปลือกบางทำให้ได้เนื้อไม้ที่มากขึ้น โดยให้ผลผลิตไม้สูงถึง 12-24 ตันต่อไร่ที่อายุ 5 ปี และให้ผลผลิตเยื่อถึง 49% สามารถ ปลูกได้ทั้งในพื้นที่ราบระบายน้ำได้ดี และสามารถทนน้ำขังได้เป็นครั้งคราวในฤดูฝน เหมาะสำหรับการปลูกในที่ดินภาคตะวันตก ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ราบ ดินเป็นกรด ดินร่วนปนทราย หรือดินร่วนเหนียวปนทรายการปลูกยูคาลิปตัสสายพันธุ์ H4 จะ ช่วยสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและมั่นคง เพราะเป็นพืชที่ปลูกง่าย เติบโตเร็ว ดูแลจัดการง่าย ลงทุนน้อย ใช้แรงงานน้อย แต่ให้ผลผลิตและผลตอบแทนสูง คืนทุนเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 4-5 ปีก็ตัดขายได้ แล้วยังสามารถแตกหน่อได้ดี โดยสามารถตัดได้ 3-4 รอบ ในรอบที่ 2 จะให้ผลผลิตที่มากกว่ารอบแรกถึง 30%

    ...............................................................................................................................................................................

    ..................................................................................................................................................................................

    7.ต้นกระดาษพันธุ์ H8

    ลูก ผสม H8 มีลักษณะเด่นคือ ทนโรคแมลง ปริมาณน้ำฝนมาก เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ดอน หน้าตัดดินลึกกว่า 60 เซนติเมตร เนื้อดินร่วนเหนียวปนทราย ระบายน้ำดี ดินค่าความเป็นกรด ประมาณ pH 4.5-7.0 ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,300-2,500 มิลลิเมตร/ปี เช่น กาฬสินธ์ มุกดาหาร อุบลราชธานี เลย น่าน พิษณุโลก เชียงราย ฉะเชิงเทรา ฯลฯ    

    8.ต้นกระดาษพันธุ์ H10

    ลูก ผสม H10 มีลักษณะเด่นคือ ทนโรคแมลง ปริมาณน้ำฝนปกติ เหมาะกับพื้นที่ดอน ดินร่วนหยาบ ระบายน้ำดี หน้าตัดดินลึกกว่า 60 เซนติเมตร ดินค่าความเป็นกรด ประมาณ pH 4.5-7.0 ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,200-1,400 มิลลิเมตร/ปี เช่น กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุดรดิตถ์ น่าน เชียงใหม่ ลำพูน สุรินทร์ อุทัยธานี สระบุรี ฯลฯ   

    9.ต้นกระดาษพันธุ์ H12

    ลูก ผสม H12 มีลักษณะเด่นคือ ทนโรคแมลง ปริมาณน้ำฝนแล้งถึงปกติ เฉลี่ย 1,100-1,400 มิลลิเมตร/ปี เหมาะกับพื้นที่ดินด่างอ่อนๆ ค่า pH ประมาณ 5.0-7.5 เช่น กาญจนบุรี สิงห์บุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง ชัยนาท อยุธยา ฯลฯ แต่ไม่แนะนำปลูกในพื้นที่ลุ่มที่มีน้ำขังใต้ดิน หรือพื้นที่หน้าดินตื้น หรือดินเหนียวจัด เพราะต้นยูคาลิปตัสจะไม่เติบโต

    10.ต้นกระดาษพันธุ์ H14

    ลูก ผสม H14 มีลักษณะเด่นคือ ทนโรคแมลง เหมาะกับพื้นที่ดินที่ลุ่มและดินเหนียว ปริมาณน้ำฝนแล้งถึงปกติ เฉลี่ย 1,100-1,400 มิลลิเมตร/ปี ค่า pH ประมาณ 4.5-7.0 เช่น เพชรบูรณ์ ลพบุรี กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี นครราชสีมา บุรีรัมย์ พิจิตร ชัยนาท มหาสารคาม มุกดาหาร สุรินทร์ ศรีสะเกษ ฯลฯ 

      

     

     
  • This module provides search using the Smart Search component. You should only use it if you have indexed your content and either have enabled the Smart Search content plugin or are keeping the index of your site updated manually. Help.

     
  • The Quick Icon plugin group is used to provide notification that updates to Joomla! or installed extensions are available and should be applied. These notifications display on your administrator control panel, which is the page you see when you first log in to your site administrator.

    Default on:

    • Quick icon - Joomla! extensions updates notification Help.
    • Quick icon - Joomla! update notification Help